แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 15
1
สร้างอาชีพ ร้านอาหารและเพิ่มผลกำไรช่วยให้คุณโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

การบริหารร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเสิร์ฟอาหารรสเลิศเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจถึงผลกำไร ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านกาแฟขนาดเล็ก ร้านอาหารขนาดกลางหรือร้านอาหารหรู กลยุทธ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเพิ่มรายได้สูงสุดได้

กลยุทธ์การจัดการร้านอาหารเพื่อเพิ่มกำไรมีหลายวิธีที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยหลักการสำคัญคือการบริหารจัดการทั้งในส่วนของ รายได้ และ ค่าใช้จ่าย ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในบทความนี้ เราจะสำรวจกลยุทธ์การจัดการร้านอาหารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วซึ่งสามารถช่วยเพิ่มผลกำไรได้ในขณะที่ยังคงรักษาความพึงพอใจของลูกค้าให้อยู่ในระดับสูง

1. มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนและการจัดการสินค้าคงคลัง
หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มผลกำไรของร้านอาหารคือการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงต้นทุนอาหาร ต้นทุนแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

เคล็ดลับเพื่อการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น:
ใช้ระบบการจัดการสต๊อกแบบดิจิทัลเพื่อติดตามการใช้ส่วนผสมและลดของเสีย
ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในพื้นที่เพื่อจัดหาวัตถุดิบสดใหม่ในราคาที่แข่งขันได้
ตรวจสอบขนาดส่วนอาหารเพื่อให้แน่ใจว่ามีความสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการเสิร์ฟมากเกินไป
ตรวจสอบเมนูของคุณเป็นประจำเพื่อลบรายการขายไม่ดีออกไปและเน้นที่เมนูที่มีกำไร

2. เพิ่มประสิทธิภาพเมนูของคุณเพื่อให้มีอัตรากำไรที่สูงขึ้น
เมนูของคุณเป็นเครื่องมือสร้างกำไรที่ทรงพลัง เมนูที่ออกแบบมาอย่างดีไม่เพียงแต่ดึงดูดลูกค้าเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้พวกเขาเลือกเมนูที่มีกำไรสูงอีกด้วย

กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพเมนู:
เน้นเมนูที่ทำกำไรที่สุดของคุณด้วยคำอธิบายและภาพถ่ายที่น่าดึงดูดใจ
ใช้ เทคนิค วิศวกรรมเมนูเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการขายและปรับราคา
เสนอชุดอาหารหรือตัวเลือกการขายเพิ่มเพื่อเพิ่มขนาดเช็คเฉลี่ย
รวมรายการตามฤดูกาลเพื่อสร้างความตื่นเต้นและลดต้นทุนส่วนผสม

3. มอบบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ
การบริการลูกค้าที่โดดเด่นสามารถนำไปสู่การเยี่ยมชมซ้ำ บทวิจารณ์เชิงบวก และการบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มรายได้ได้

วิธีการปรับปรุงการบริการ:
ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับทักษะการต้อนรับ การสื่อสาร และการแก้ไขปัญหา
ส่งเสริมการบริการที่เป็นส่วนตัว เช่น การจดจำความต้องการของลูกค้าประจำ
ดำเนินการระบบการตอบรับเพื่อแก้ไขข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

4. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีสามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานและลดต้นทุนพร้อมทั้งเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้า

เครื่องมือที่แนะนำ:
ระบบ POS (Point of Sale) สำหรับการติดตามการขายและสต๊อกสินค้า
แพลตฟอร์มการจองและสั่งซื้อออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย
ซอฟต์แวร์จัดการโต๊ะเพื่อลดเวลาในการรอและเพิ่มประสิทธิภาพการนั่ง
โปรแกรมความภักดีทางดิจิทัลเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

5. ทำการตลาดร้านอาหารของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้แต่ร้านอาหารที่ดีที่สุดก็ยังต้องมีการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ

ไอเดียการตลาด:
รักษาโปรไฟล์โซเชียลมีเดียที่ใช้งานอยู่เพื่อแสดงอาหาร โปรโมชั่น และเนื้อหาเบื้องหลังของคุณ
ร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นหรือบล็อกเกอร์ด้านอาหารเพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
นำเสนอโปรโมชั่นหรือส่วนลดจำกัดเวลาในช่วงนอกชั่วโมงเร่งด่วน
ใช้ Google My Business เพื่อปรับปรุงการมองเห็นการค้นหาในพื้นที่

6. ควบคุมต้นทุนแรงงานโดยไม่เสียสละคุณภาพ
แรงงานเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมร้านอาหาร การจัดตารางเวลาอย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนและคุณภาพการบริการได้

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด:
จัดตารางพนักงานตามการคาดการณ์ยอดขายและข้อมูลในอดีต
ฝึกอบรมพนักงานข้ามสายงานเพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการหลายบทบาทได้
ใช้พนักงานพาร์ทไทม์หรือตามฤดูกาลในช่วงเวลาเร่งด่วน

7. สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับซัพพลายเออร์
ความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์สามารถนำไปสู่การกำหนดราคาที่ดีกว่า การบริการที่มีความสำคัญ และส่วนผสมที่มีคุณภาพสูงขึ้น
วิธีการเสริมสร้างความร่วมมือ:
เจรจาส่วนลดตามปริมาณ
สื่อสารเป็นประจำเกี่ยวกับความพร้อมจำหน่ายตามฤดูกาล
ให้สม่ำเสมอต่อการชำระเงินและการสั่งซื้อ

8. ติดตามและวิเคราะห์ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPI)
การตัดสินใจโดยอิงตามข้อมูลสามารถปรับปรุงผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ
KPI ที่สำคัญที่ต้องติดตาม:
เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร
เปอร์เซ็นต์ต้นทุนแรงงาน
ขนาดเช็คเฉลี่ย
อัตราการหมุนเวียนโต๊ะ
คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า
การติดตามเมตริกเหล่านี้จะช่วยให้คุณระบุพื้นที่ที่มีปัญหาและปรับเปลี่ยนตามข้อมูลได้

กลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขาย (Marketing and Promotions)
สร้างโปรโมชันที่คุ้มค่า: จัดโปรโมชันแบบจำกัดเวลา (เช่น ซื้อ 1 แถม 1) หรือจัดเซตเมนูที่คุ้มค่าเพื่อดึงดูดลูกค้า
ใช้ช่องทางออนไลน์: สร้างเพจ Facebook, Instagram, หรือ TikTok เพื่อโปรโมตร้านและเมนูต่าง ๆ รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย
สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า: ใช้ระบบสะสมแต้ม หรือมอบส่วนลดพิเศษในวันเกิดเพื่อสร้างความภักดีของลูกค้า

การบริหารร้านอาหารให้ทำกำไรสูงสุดนั้นต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างการควบคุมต้นทุน การปรับปรุงเมนู ความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า การตลาดที่ชาญฉลาด และการนำเทคโนโลยีมาใช้ การนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มผลกำไร แต่ยังสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีและกลับมาใช้บริการซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกด้วย

จำไว้ว่าความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหารขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ความสามารถในการปรับตัว และความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยมทุกครั้ง

2
เตรียมอาหารเหลวผู้ป่วยติดเตียง สูตรย่อยง่าย สารอาหารครบถ้วน เนียนละเอียด ปลอดภัย

สำหรับครอบครัวไหนที่ต้องรับหน้าที่เป็นผู้ดูแล "ผู้ป่วยติดเตียง" หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สิ่งหนึ่งที่คุณแม่บ้านและคนหลังครัวอย่างเราต้องใส่ใจเป็นพิเศษที่สุดในทุกๆ วันก็คือเรื่องของ "อาหารการกิน" ในแต่ละมื้อใช่ไหมคะ?

เนื่องจากผู้ป่วยติดเตียงจะมีการขยับเขยื้อนร่างกายน้อยมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารและลำไส้ทำงานได้ช้าลงตามไปด้วย ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูก หรือแน่นท้องได้ง่ายมากค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น หลายท่านยังเผชิญกับภาวะกล้ามเนื้อการเคี้ยวและการกลืนอ่อนแรง ทำให้เสี่ยงต่อการสำลักอาหาร ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว

วันนี้เลยขอรวบรวม "เทคนิคการเตรียมอาหารเหลวบดละเอียดสำหรับผู้ป่วยติดเตียง" ปรุงอย่างไรให้ย่อยง่าย สบายท้อง สารอาหารเข้มข้นครบ 5 หมู่ และปลอดภัยที่สุดมาฝากกันค่ะ


📝 4 คัมภีร์จัดเตรียมอาหารเหลวผู้ป่วยติดเตียง (เน้นย่อยง่าย ปลอดภัย)

1. ล็อกเนื้อสัมผัสให้เนียนสนิท "ห้ามแยกชั้นระหว่างน้ำกับเนื้อ"
ข้อนี้คือหัวใจสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยค่ะ อาหารเหลวบดละเอียด (Pureed Diet) สำหรับผู้ป่วยติดเตียง ต้องมีความข้นหนืดที่พอดี เนื้อเนียนละมุนคล้ายพุดดิ้งหรือมันบด และต้องไม่มีส่วนที่เป็นน้ำแยกออกจากเนื้ออาหารเด็ดขาด ค่ะ

เหตุผล: หากอาหารมีความเหลวเป็นน้ำใสปนกับเศษเนื้อสัตว์ที่ปั่นไม่ละเอียด เวลาผู้ป่วยกลืน น้ำจะไหลลงคอเร็วกว่าเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคอหอยปิดหลอดลมไม่ทัน ส่งผลให้ผู้ป่วย "สำลัก" เศษอาหารเข้าปอดได้ง่ายมากค่ะ ดังนั้นหลังจากต้มจนเปื่อยนุ่มแล้ว ต้องปั่นให้ละเอียดสุดๆ และกรองผ่านตะแกรงตาถี่อีกรอบเพื่อความชัวร์นะคะ


2. คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนต้อง "แปรรูปน้อยและย่อยง่ายที่สุด"
เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารของผู้ป่วยทำงานหนักจนเกิดแก๊สในกระเพาะ วัตถุดิบหลักต้องคัดสรรอย่างดีค่ะ:

คาร์โบไฮเดรต: ใช้ข้าวหอมมะลิเก่าต้มจนเละ หรือมันฝรั่ง/มันเทศนึ่งจนนิ่มมาเป็นเบสพลังงานหลัก

โปรตีนสะอาดไขมันต่ำ: เลือกโปรตีนที่เนื้อสัมผัสนุ่มละเอียดง่าย เช่น เนื้อปลาสีขาว (ปลากระพง/ปลาทับทิม), เต้าหู้หลอด หรือไข่ตุ๋น นำมาบดหรือปั่นรวมกัน หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันชิ้นหนาๆ หรืออาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก แฮม เพราะจะใช้เวลาย่อยนานมากและทำให้แน่นท้องค่ะ 🐟🥚


3. ใช้ "ผักเนื้อนิ่ม" ไร้เส้นใยเหนียวเหนอะหนะ
ผู้ป่วยติดเตียงมักมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย เราจึงต้องเติมวิตามินและใยอาหารให้ท่านค่ะ แต่ห้ามใช้ผักใบเขียวที่มีกากใยเหนียวๆ เพราะจะปั่นให้เนียนยาก ให้เปลี่ยนมาใช้ผักประเภทหัวหรือผักเนื้อนิ่มที่ต้มแล้วเปื่อยง่ายแทน เช่น ฟักทอง, แครอท, หรือหัวไชเท้า ต้มจนนิ่มสุดๆ แล้วปั่นรวมกัน ผักเหล่านี้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น แถมให้ความหวานธรรมชาติช่วยให้ผู้ป่วยเจริญอาหารด้วยค่ะ


4. เพิ่มพลังงานดีและความชุ่มคอด้วยน้ำมันธรรมชาติ
เนื่องจากผู้ป่วยติดเตียงมักจะทานอาหารได้น้อยในแต่ละมื้อ เพื่อให้อาหารชามเล็กๆ ชามนี้ให้คุณค่าและพลังงานที่เพียงพอ คุณแม่ชอบใช้ "น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกและผักธรรมชาติ" (ไม่ใส่ผงชูรสและคุมโซเดียมต่ำ) เป็นเบสในการปั่นเพื่อเพิ่มความหอมชวนทาน และแนะนำให้หยด "น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก" ลงไปประมาณ 1 ช้อนชาในอาหารบด เพื่อเพิ่มพลังงานดีและช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบางชนิดไปใช้ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ


💡 ทริกสำคัญขณะป้อนอาหาร: ท่าทางถูกต้อง ลดเสี่ยงสำลักร้อยเปอร์เซ็นต์

จัดท่านั่งให้เหมาะสม: แม้จะเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่เวลาทานอาหาร ห้ามนอนทานเด็ดขาดค่ะ ควรปรับเตียงให้ผู้ป่วยนั่งสูงอย่างน้อย 45-60 องศา (ถ้าปรับนั่งตรง 90 องศาได้จะดีที่สุด) และใช้หมอนหนุนหลังช่วย จัดท่าให้ผู้ป่วยก้มศีรษะลงเล็กน้อยขณะกลืน จะช่วยลดโอกาสการสำลักได้ดีที่สุดค่ะ

ป้อนคำเล็กๆ ไม่รีบร้อน: ใช้ช้อนคันเล็กตักอาหารทีละน้อย ป้อนช้าๆ และรอให้ผู้ป่วยกลืนอาหารคำเก่าลงคอให้หมดสนิทก่อน จึงค่อยป้อนคำถัดไปนะคะ

ห้ามนอนทันทีหลังมื้ออาหาร: หลังจากทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรให้ผู้ป่วยนั่งพักในท่าเดิมต่ออีกประมาณ 30-45 นาที เพื่อป้องกันภาวะกรดไหลย้อนหรืออาหารขย้อนกลับขึ้นมาสำลักค่ะ

3
ซอสโบโรเนสเนื้อ SN Food: ซอสโบโลเนสเนื้อ เคี่ยวไฟอ่อนนานๆ ดีที่สุดจริงไหม?

ถ้าพูดถึงเมนูพาสต้าคลาสสิกอย่าง "ซอสโบโลเนสเนื้อ" เคล็ดลับหนึ่งที่เรามักจะได้ยินเชฟอิตาเลียนหรือคนรักครัวพูดกันบ่อยๆ ก็คือ "ต้องเคี่ยวด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานาน" (Low & Slow) ถึงจะอร่อยที่สุด จนกลายเป็นสูตรสำเร็จที่หลายคนทำตาม

แต่วันนี้ในฐานะสายเข้าครัวที่ชอบทดลอง เลยอยากมาชวนทุกคนตั้งคำถามและพูดคุยกันค่ะว่า การเคี่ยวไฟอ่อนยาวนานเนี่ย มันดีที่สุดจริงไหม? หรือจริงๆ แล้วเรามีทางเลือกอื่นที่ดีไม่แพ้กัน? วันนี้คุณแม่รวบรวมคำตอบจากประสบการณ์หน้าเตามาฝากกันค่ะ!


ศาสตร์แห่งความอดทน: ทำไมการเคี่ยวไฟอ่อน (Low & Slow) ถึงถูกยกให้เป็นที่หนึ่ง?

สำหรับสูตรดั้งเดิมแล้ว การเคี่ยวซอสโบโลเนสเนื้อด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานาน (บางสูตรเคี่ยวกัน 2-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว) มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์การอาหารรองรับอยู่จริงๆ ค่ะ:

เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนละลายในปาก: การเคี่ยวด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานานจะช่วยให้โปรตีนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในเนื้อวัวค่อยๆ ละลายและนุ่มลงอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เนื้อสับไม่เหนียวสากคอค่ะ

รสชาติหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว: รสเปรี้ยวและหวานธรรมชาติจากมะเขือเทศ รวมถึงรสอูมามิจากเนื้อวัวจะค่อยๆ ซึมลึกเข้าเนื้ออย่างทั่วถึง จนซอสและเนื้อสับหลอมรวมกลายเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีความโดดของวัตถุดิบชิ้นใดชิ้นหนึ่ง

ความงวดข้นธรรมชาติ: ซอสจะค่อยๆ ข้นเหนียวขึ้นจากการระเหยของน้ำอย่างช้าๆ โดยที่ผักสามเกลออย่างหอมใหญ่ แครอท และเซเลอรี่จะเปื่อยนุ่มจนแทบจะละลายหายไปกับซอส ให้รสหวานละมุนธรรมชาติที่ลึกซึ้งค่ะ


แล้วถ้าไม่มีเวลาล่ะ? "สูตรด่วนไฟกลาง" อร่อยสู้ได้ไหม?

คุณแม่ขอบอกตรงนี้เลยค่ะว่า "สู้ได้สบายมากค่ะ!" ในวันที่มีเวลาจำกัด (เช่น วันธรรมดาหลังเลิกงานที่คุณแม่มีเวลาทำอาหารไม่ถึงชั่วโมง) เราสามารถใช้เทคนิคลัดเร่งความเข้มข้นได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟอ่อนยาวนานค่ะ

เทคนิคนาบเนื้อให้เกรียม (Caramelization): ตั้งกระทะให้ร้อนจัด ผัดเนื้อบดด้วยไฟแรงจนเนื้อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบเกรียม วิธีนี้จะช่วยรีดน้ำมันเนื้อและดึงรสอูมามิธรรมชาติออกมาทดแทนเวลาในการตุ๋นได้มหาศาลเลยค่ะ

ใช้ Tomato Paste เป็นตัวช่วย: ใส่ "มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste)" ลงไปผัดพร้อมเนื้อ มะเขือเทศเข้มข้นจะช่วยจับตัวกับน้ำมันเนื้อและสร้างเบสซอสที่ข้นนัวสีสวยได้ในเวลาไม่กี่นาที

น้ำลวกเส้นพาสต้าคือฮีโร่: ตักน้ำลวกเส้นที่มีแป้งละลายอยู่ผสมลงในซอสเล็กน้อย แป้งจะช่วยดึงให้ซอสข้นเหนียวและเกาะเส้นพาสต้าได้เนียนกริบเงางามทันทีโดยไม่ต้องเคี่ยวนานค่ะ


💕 สรุปแบบไหนดีที่สุด?

คำตอบคือ "ดีที่สุดตามสถานการณ์และเวลาที่เรามีค่ะ" 😊

หากเป็น วันหยุดสบายๆ ที่เราอยากเพลิดเพลินกับการทำอาหาร การเคี่ยวไฟอ่อนนานๆ จะให้ผลลัพธ์ของรสชาติที่ลึกซึ้งและเนื้อสัมผัสที่ละมุนละลายในปากแบบดั้งเดิมที่สุด ยิ่งอุ่นซ้ำในวันรุ่งขึ้นรสชาติยิ่งจัดจ้านและกลมกล่อมขึ้นไปอีกค่ะ

แต่ถ้าเป็น วันธรรมดาที่เร่งรีบ สูตรด่วนที่ใช้ไฟแรงนาบเนื้อคู่กับการใช้ Tomato Paste และน้ำลวกเส้น ก็สามารถเนรมิตซอสที่ "เข้มข้นกลมกล่อม" อร่อยเลิศได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงเช่นกันค่ะ

4
ช่างซ่อมบำรุง: 4 ตัวการพร้อมทริคล้างกลิ่นอับแอร์ให้หอมสดชื่นด้วยตัวเอง

พอเปิดแอร์ปุ๊บ ลมงวดแรกที่พ่นออกมากลับไม่ใช่ลมเย็นสดชื่น แต่เป็น "กลิ่นอับชื้น กลิ่นเหมือนผ้าไม่แห้ง หรือกลิ่นเหม็นเปรี้ยว" พุ่งตรงมากระแทกจมูกอย่างจัง! ทำเอาเวียนหัว ระคายคอ แสบจมูก และไอคอกแคกกันทั้งคืนเลยค่ะ

วันนี้เราเลยขอรวบรวม "4 ตัวการทำแอร์มีกลิ่นอับ พร้อมวิธีแก้ไขให้หายสนิท" มาฝากทุกคนกันค่ะ มาคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ห้องนอนของเรากันเถอะ!

🔍 เจาะลึก 4 ตัวการทำ "แอร์มีกลิ่นอับ" และวิธีแก้ไขฉบับแม่บ้านสายลุย

ตัวการที่ 1: "ฟิลเตอร์ / แผ่นกรองฝุ่น" แหล่งสะสมความชื้น

ที่มา: นี่คือจุดแรกที่ฝุ่นละอองและเศษขนสัตว์ในห้องจะไปเกาะรวมกันค่ะ พอฝุ่นเจอกับความชื้นของน้ำแอร์ที่เกาะอยู่ข้างในนานๆ เข้า ก็จะกลายเป็นที่อยู่ชั้นดีของเชื้อราและแบคทีเรีย พัดลมแอร์เป่าออกมาทีไรก็หอบเอาความเหม็นอับออกมาด้วยค่ะ

วิธีแก้ไข: ถอดแผ่นฟิลเตอร์มุ้งลวดสีดำออกไปล้างฉีดน้ำไล่ฝุ่นออกให้สะอาด (ทริคคือห้ามใช้แปรงลวดขัดรุนแรงเด็ดขาดนะคะเดี๋ยวตาข่ายทะลุ) จากนั้นใช้น้ำยาล้างจานลูบเบาๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วนำไป ผึ่งลมให้แห้งสนิทจริงๆ ก่อนใส่กลับคืนค่ะ (ห้ามตากแดดจัดเพราะพลาสติกจะบิดเบี้ยวค่ะ) ทำทุกๆ 2 สัปดาห์ กลิ่นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ


ตัวการที่ 2: เมือกเหนียวอุดตันใน "ท่อน้ำทิ้งแอร์"

ที่มา: เวลาแอร์ทำงานจะมีน้ำควบแน่นไหลลงถาดรองออกไปนอกบ้านใช่ไหมคะ แต่ถ้าฝุ่นหลุดเข้าไปผสมกับน้ำนานๆ จะกลายเป็น "เมือกเหนียวๆ" ขังอยู่ตามข้อต่อหรือท่อน้ำทิ้ง ทำให้น้ำไหลช้าและขังสะสมจนเน่าเสีย กลายเป็นกลิ่นอับชื้นตีสะท้อนกลับเข้ามาในห้องค่ะ

วิธีแก้ไข: เดินไปดูปลายท่อน้ำทิ้งนอกบ้านก่อนค่ะว่าน้ำไหลสะดวกไหม มีเศษใบไม้หรือดินไปอุดอยู่รึเปล่า ถ้าเคลียร์แล้วกลิ่นยังอยู่ แสดงว่ามีคราบเมือกเกาะหนาด้านใน เคสนี้ต้องให้ช่างมาล้างแอร์ชุดใหญ่ โดยใช้ปั๊มแรงดันสูงฉีดไล่เมือกเหนียวๆ ในท่อให้หลุดออกไปค่ะ


ตัวการที่ 3: แผงคอยล์เย็นในบ้านสกปรกจนเกิด "เชื้อรา" 🦠

ที่มา: ถ้าเราสะสมฝุ่นไว้นานและล้างแอร์ใหญ่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง แผงรังผึ้ง (คอยล์เย็น) ข้างในเครื่องจะสกปรกขั้นสุด ความชื้นที่ค้างอยู่หลังจากเราปิดแอร์จะหมักหมมจนเกิดคราบราดำๆ เกาะอยู่ตามซอกฟินอลูมิเนียม ซึ่งอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ มากค่ะ

วิธีแก้ไข: สเปรย์โฟมล้างแอร์ (Air Cleaner Spray) ที่มีขายตามท้องตลาดช่วยได้ระดับหนึ่งค่ะ ฉีดพ่นทิ้งไว้ให้ฟองสลายตัวเพื่อช่วยล้างคราบฝุ่นและฆ่าเชื้อราเบื้องต้น แต่ถ้าสะสมมาหนาแน่น แนะนำให้เรียกช่างแอร์มืออาชีพมาถอดหน้ากากล้างแอร์ชุดใหญ่ดีที่สุดค่ะ จบงานกลิ่นหายเกลี้ยงแน่นอน


ตัวการที่ 4: การนำ "น้ำหอม / เจลปรับอากาศ" ไปตั้งไว้ในห้องแอร์ 🌸

ที่มา: จุดตกม้าตายของหลายบ้านเลยค่ะ! การนำเจลปรับอากาศหรือน้ำหอมระเหยไปตั้งไว้ในห้อง แอร์จะดูดเอากลิ่นและ "สารเหนียวๆ" จากน้ำหอมเหล่านั้นเข้าไปเคลือบติดอยู่บนแผงคอยล์เย็น กลายเป็นฟิล์มเหนียวๆ ดักจับฝุ่นได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทีนี้พอฝุ่นผสมน้ำมันน้ำหอมเจอกับความชื้น... กลิ่นอับจะทวีคูณความสยองพุ่งกระฉูดเลยค่ะ

วิธีแก้ไข: งดการนำเจลหรือน้ำหอมไปตั้งไว้ใกล้ๆ จุดที่แอร์ดูดลมเข้าค่ะ เปลี่ยนมาใช้เครื่องฟอกอากาศ หรือเน้นทำความสะอาดห้องให้ระบายอากาศบ่อยๆ แทนจะดีกว่าค่ะ


💡 ทริคเด็ด "เปิดโหมดพัดลมไล่ความชื้น" ก่อนปิดแอร์

ก่อนที่เราจะปิดแอร์ในแต่ละวัน (เช่น ตื่นนอนตอนเช้า หรือก่อนออกจากบ้านสัก 15-30 นาที) ให้เรากดรีโมตเปลี่ยนจากโหมด Cool (รูปเกล็ดหิมะ ❄️) ไปเป็น โหมด Fan (รูปพัดลม 💨) แล้วเร่งพัดลมให้แรงที่สุดค่ะ

การทำแบบนี้คอมเพรสเซอร์นอกบ้านจะหยุดทำงาน เหลือแต่พัดลมในบ้านพ่นลมธรรมดาออกมา ซึ่งจะช่วย "เป่าไล่หยดน้ำและความชื้นที่ค้างอยู่บนแผงคอยล์เย็นให้แห้งสนิท" เมื่อเครื่องแห้ง เชื้อราและแบคทีเรียก็จะไม่เจริญเติบโต ตัดวงจรการเกิดกลิ่นอับได้อย่างชะงัดนักแลค่ะ! แม่บ้านลองทำแล้วได้ผลดีงามมาก!

5
จัดฟันบางนา: เวลาสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใส จะทำให้เกิดการระคายเคืองช่องปากหรือไม่ ?

การจัดฟันแบบใส ถือว่าเป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันมีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง ไม่ทำให้เกิดฟันผุ เพราะการเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้น ผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถถอดเครื่องมือการจัดฟันออกได้ขณะทำความสะอาดช่องปาก จึงทำให้ไม่เกิดฟันผุ และมีฟันที่สะอาด เพราะการผุของฟัน จะเริ่มขึ้นที่ชั้นผิวเคลือบฟันก่อน โดยจะเห็นเป็นจุดดำเล็ก ๆ หรือเป็นเส้นดำตามร่องฟันด้านบดเคี้ยว  หรือเนื้อฟันมีสีขาวขุ่นผิดปกติ  ดังนั้น การทำความสะอาดฟันที่ดี สามารถชะลอการลุกลามของโรคฟันผุได้  แต่หากเราปล่อยไว้ไม่ดูแล ฟันผุลุกลามไปถึงขั้นเนื้อฟัน จะมีอาการเสียวฟันเมื่อบดเคี้ยวอาหาร หรือเมื่อกระทบของเย็น บางครั้งอาจมีอาการปวดได้ แต่หากเรายังปล่อยทิ้งไว้จนฟันผุลุกลามไปถึงขั้นโพรงประสาทฟัน

ซึ่งมีเส้นเลือดและเส้นประสาท จะทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น จนอาจต้องสูญเสียฟัน เนื่องจากผุลุกลามมาก ไม่สามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้  ซึ่งจะมีผลกระทบด้านการบดเคี้ยวจะมีประสิทธิภาพลดลง และต้องใช้ฟันเทียม ซึ่งมีค้าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ดังนั้น การเข้ารับการจัดฟันแบบใส ทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันได้ทำความสะอาดช่องปากอย่างเต็มที่ ต่างจากคนที่เข้ารับการจัดฟันแบบทั่วไปที่อาจจะทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงนั่นเอง

นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส ยังมีเครื่องมือการจัดฟันที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ตามแผนการรักษาที่ทันตแพทย์ได้ทำการวางไว้ก่อนการรักษา และเครื่องมือยังออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเข้ากับช่องปากของผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใสได้เป็นอย่างดี

หลายคนที่สนใจจะเข้ารับการจัดฟันแบบใส คงมีคำถามว่า  การสวมใส่เครื่องือการจัดฟันแบบใสนั้น จะทำให้เกิดการระคายเคืองช่องปากหรือไม่ เพราะปัญหาที่ผู้เข้ารับการจัดฟันมักจะเจอนั่นก็คือ การที่เครื่องมือการจัดฟัน เกิดบาดกระพุ้งแก้ม ทำให้เกิดแผลภายในช่องปาก ทำให้มีอาการแสบและทำให้รับประทานอาหารได้ไม่เต็มที่ ต้องบอกก่อนว่า เครื่องมือการจัดฟันแบบใส กับเครื่องมือการจัดฟันแบบทั่วไปนั้น มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเครื่องมือการจัดฟันแบบใส ถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล ทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันได้อย่างพอดี

โดยไม่เกิดการระคายเคือง สำหรับข้อนี้ผู้ที่กำลังจะตัดสินใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ไม่ต้องกังวลเลย เพราะเครื่องมือการจัดฟันแบบใส สามารถถอดออกได้อย่างง่ายดาย มีความกระชับ ทำให้เวลาที่สวมใส่เครื่องมือรู้สึกสบายแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าเรากำลังเข้ารับการจัดฟันอยู่ และที่สำคัญเครื่องมือการจัดฟันแบบใส สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหาร ทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของเครื่องมือเลย เพราะฉะนั้น การเข้ารับการจัดฟัน สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประวันได้อย่างดีเลยทีเดียว

หากใครสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถติดต่อ ขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันและมีประสบการณ์อย่างยาวนาน ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญทางเรายังมีเครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีความสะอาด ปลอดภัยได้มาตรฐาน และยังได้รับรองสูงสุดจาก invisalign เพราะการเข้ารับการจัดฟันแบบใส จะต้องทำโดยทันตแพทย์ที่ผ่านการรับรองจาก invisalign เท่านั้น แน่นอนว่าถ้าเข้ารับการจัดฟันจากทางคลินิกคุณจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

6
เด็กที่เข้ารับการจัดฟันเด็ก ควรรับประทานอาหารแบบใด

สุขภาพช่องปากและฟัน สำหรับเด็ก ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าเด็กเกิดฟันผุ หรือปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก อาจจะทำให้เด้กรับประทานอาหารได้ลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาฟันบางอย่าง อาจจะส่งผลต่อการรับประทานอาหารอาหาร และการที่เด็กไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ละเอียด แน่นอนว่าจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเด็กอย่างแน่นอน และยังทำให้เด็กมีอาการเบื่ออาหาร จนทำให้เด็กไม่สามารถรับประทานอาหารได้อย่างเพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆได้ ดังนั้น การดูแลเรื่องของฟันในเด็ก จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรที่จะเอาใจใส่ดูแล เพราะเด็ก เป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงต้องการอาหารที่ให้สารอาหารและพลังงานสูง  เมื่อเด็กอายุครบ 5 ขวบก็สามารถให้เด็กรับประทานอาหารทั่วไป

แต่ห้ามเติมเกลือในอาหารเด็ก สิ่งสำคัญคือเด็กต้องได้รับโปรตีนและแคลเซียมที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ นมและผลิตภัณฑ์จากนมเป็นแหล่งอาหารที่ดีที่ให้ทั้งโปรตีนและแคลเซียมที่จำเป็น ซึ่งสามารถให้พลังงานเพียงพอกับความต้องการของร่างกายได้ ซึ่งนอกจากการดูแลเรื่องของโภชนาการของเด็กแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองควรใส่ใจในเรื่องของการรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กด้วย เพราะอาหารที่เด็กรับประทานเข้าไป ก็มีส่วนช่วยในด้านสุขภาพช่องปากและฟันเช่นเดียวกัน ยิ่งในเด็กที่เข้ารับการจัดฟันในเด็กนั้น การรับประทานอาหารยิ่งมีความสำคัญ เพราะเด็กจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และไม่ส่งผลต่อการจัดฟันด้วย สำหรับวันนี้เราจะมาพุดถึงเรื่องของการรับประทานอาหารของเด็กที่เข้ารับการจัดฟัน

สำหรับอาหารกับคนที่จัดฟัน โดยหลักทั่วไปแล้ว การรับประทานอาหารสำหรับคนจัดฟัน ผู้เข้ารับการจัดฟัน ควรที่จะรับประทานอาหารที่มีความอ่อน ซึ่งทันตแพทย์หลายท่านอาจจะแนะนำให้ผู้เข้ารับการจัดฟัน เลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ดี โดยไม่ต้องออกแรงในการเคี้ยวมาก เพ่อที่จะได้ระมัดระวังในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟันที่อยู่ภายในช่องปากด้วย ดังนั้น ผู้เข้ารับการจัดฟันทุกคนจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม จะต้องงดการรับประทานอาหารที่เหนียวและแข็ง

เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือการจัดฟันหลุดขณะรับประทานอาหาร หรือหากรับประทานอาหารที่มีความแข็งมากๆ จะอาจจะทำให้เครื่องมือการจัดฟันได้รับความกระทบกระเทือน เพราะผู้ที่เข้ารับการจัดฟันส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องดังกล่าว สังเกตได้จากผู้ที่เข้ารับการจัดฟันหลายคน ส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือรับประทานลูกอม น้ำแข็ง เพื่อเซฟในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟัน ซึ่งถ้าหากเครื่องมือการจัดฟันเกิดความเสียหาย หรือเครื่องมือชิ้นใดชิ้นหนึ่งหลุดหายไปขณะรับประทานอาหาร ก็จะส่งผลต่อการรักษาโดยตรง ดังนั้น ผู้ที่เข้ารับการจัดฟันควรที่จะรับประทานอาหารที่มีความอ่อนนุ่ม เช่น ข้าวต้ม หรือผลไม้ที่ไม่แข็ง แต่อีกแง่มุมหนึ่งผู้เข้ารับการจัดฟันก็สามารถเลือกรับประทานอาหารได้หลากหลาย

เพียงแต่ว่าต้องเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปับยหาขณะการจัดฟัน เช่นเดียวกับกับการจัดฟันในเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินเพื่อให้เด็กได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และส่งผลดีต่อการจัดฟัน เพราะฉะนั้น การดูแลเด็กที่เข้ารับการจัดฟัน ในเรื่องของโภชนาการจึงมีความสำคัญ และยังช่วยให้เป็นการปลูกฝังในเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารของเด็กได้อีกด้วย เด็กจะไม่มีพฤติกรรมการรับประทานจุกจิก และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น จนติดเป็นนิสัย นอกจากจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันในเด็กแล้ว ยังช่วยให้เด็กมีสุขภาพร่างกานที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและได้รับสารอาหารที่มีแต่ประโยชน์ด้วย

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้ ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก และยังมีระสบการณ์ด้านทันตกรรมเด็กมาอย่างยาวนาน พร้อมที่จะให้คำแนะนำและคำปรึกษาสำหรับเด้กที่อยากเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อที่จะได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเราอยากเด็กมีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

7
บริการทำความสะอาด: อย่าปล่อยให้อ่างล้างหน้าสกปรก เสี่ยงเชื้อโรคง่าย

การทำความสะอาดบ้าน เป็นเรื่องของทุกคนจะต้องคอยดูแลให้มีความเรียบร้อยอยู่เสมอนอกจากจะสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้านแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยด้วยเพราะการที่เราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ก็จะทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วยพื้นที่ภายในบ้านที่เราจะต้องทำให้มีความสะอาดอยู่เสมอ ก็คงหนีไม่พ้นห้องน้ำที่เป็นพื้นที่ที่เราจะได้ระบายของเสียภายในร่างกายออกได้ ซึ่งเสี่ยงที่จะเชื้อโรค

หากไม่ทำความสะอาดให้ดี โดยปกติห้องน้ำส่วนใหญ่จะมีอ่างล้างหน้าที่เราจะใช้ล้างหน้า แปรงฟันและเป็นอีกหนึ่งจุดในห้องน้ำที่เป็นอีกบริเวณหนึ่งที่มีการใช้งานค่อนข้างมาก ทำให้เกิดมีคราบสกปรกสะสม ทั้งจากยาสีฟัน สบู่ล้างหน้า โฟมโกนหนวด หรืออาจมีคราบจากเครื่องสำอางแต่งหน้าด้วย

นานวันเข้าคราบเหล่านี้ยิ่งฝังแน่นจนไม่น่ามอง และขัดถูล้างออกได้ยากในจุดนี้เราจะต้องคอยล้างให้สะอาดอยู่เสมอ และไม่ควรปล่อยให้อ่างล้างหน้าสกปรก
เพราะเราอาจจะต้องเสี่ยงเชื้อโรคได้ง่ายมาก เพราะเป็นจุดที่เราจะต้องใช้งานอยู่ทุกวัน

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับการทำความสะอาดอ่างล้างหน้าให้สะอาดน่าใช้ ดูเหมือนใหม่ และลดความเสี่ยงของการเกิดเชื้อโรคที่อาจจะแพร่กระจายอยู่ภายในห้องน้ำของบ้านของเราด้วย

สำหรับบริเวณอ่างล้างหน้า เป็นพื้นที่ที่ทุกคนในบ้านจะใช้งานกันเป็นประจำอยู่แล้วภายในห้องน้ำอย่างอ่างล้างหน้าก็มีความสกปรกได้ และยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคด้วยซึ่งการทำความสะอาดที่ปลอดภัยต่ออ่างล้างหน้า เพื่อไม่ให้สีของอ่างล้างหน้าซีด ผุกร่อน

ก็มีวิธีง่ายๆ นั่นก็คือ ใช้เบคกิ้งโซดาในปริมาณครึ่งถ้วยเล็ก ผสมกับน้ำมะนาวครึ่งลูก และนำมาคนให้เข้ากันจากนั้นใช้ฟองน้ำชุบส่วนผสมเหล่านั้นไปขัดให้ทั่วอ่าง เพียงเท่านี้อ่างล้างหน้าก็จะสะอาดหมดจดแล้ว

ที่สำคัญภายหลังจากการอาบน้ำ หรือหลังจากการใช้งานอ่างล้างหน้าแล้ว เราต้องเช็ดล้างทำความสะอาดคราบสบู่ทันทีถ้าหากถ้ามีคราบดำ ก็ควรใช้สบู่กับฟองน้ำขัดล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง อย่าให้มีน้ำขังอยู่ในอ่างเพราะคราบสบู่จะสะสมฝังแน่นได้ และอาจจะทำให้ทำความสะอาดยากขึ้น

นอกจากนี้ในเรื่องของการดูแลการระบายน้ำ ก็อย่าให้อุดตัน โดยเฉพาะเศษขนหรือผมที่คั่งค้างตรงจุดระบายน้ำก็ต้องหมั่นขจัดเศษสกปรกออกให้หมด

นอกเหนือจากการทำความสะอาดอ่างล้างหน้าแล้ว การดูเเลรักษาผิวเคลือบของก็อกน้ำที่ตอดอยู่กับอ่างล้างหน้า ก็ควรทำความสะอาดบ่อยๆ โดยใช้ฟองน้ำกับสบู่ชนิดเหลว หรือน้ำยาที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับการล้างเเก้ว ทำความสะอาดให้ทั่วเเล้วล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นเช็ดให้เเห้ง
โดยใช้ผ้านุ่มผิวละเอียดอ่อนที่ไม่เเห้งเกินไป

และสำหรับคราบหมองบนก๊อกน้ำ ที่มาจากคราบไขมัน วิธีทำความสะอาดง่ายๆเพียงเช็ดด้วยน้ำส้มสายชูที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ล้างคราบไขมัน ให้ก๊อกน้ำมีความสะอาดเหมือนใหม่แล้วหรืออาจจะใช้มะนาวหั่นครึ่ง ค่อยๆ ถูก ก็จะได้กลิ่นสดชื่นเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ในเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาดห้องน้ำ แม่บ้านจะต้องหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนในบ้าน เพื่อให้เราได้ห่างไกลจากเชื้อโรคที่สะสมอยู่บริเวณห้องน้ำและทำให้เรามีความปลอดภัยในการใช้ห้องน้ำ ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากคราบสกปรก อย่างไรก็ตาม

ทางเรา ยังมีบริการทำความสะอาดในเขตควบคุมเชื้อโรคเพราะเราเล็งเห็นถึงสุขอนามัยของลูกค้า เพราะการทำความสะอาดทั่วไปนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ
จึงต้องมีการทำความสะอาดแบบควบคุมการติดเชื้อเพื่อสุขอนามัยขั้นสูงที่ได้รับมาตรฐานและสามารถป้องกันการแพร่เชื้อได้นอกจากนี้ ทางเรายังได้คัดสรรตั้งแต่การเลือกน้ำยาล้างห้องน้ำ ให้เหมาะกับพื้นผิวเหล่านั้นขัดล้างและตรวจเช็คอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าได้ปลอดภัยจากเชื้อโรคที่อาจจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากเชื้อโรคที่สะสมเป็นเวลานานได้

8
เด็กที่มีปัญหาสุขภาพฟันแบบไหน ที่ควรเข้ารับการจัดฟันเด็ก

สุขภาพปากและฟัน มีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีมากมายมีผลกระทบกระเทือนต่อภาวะโภชนาการของเด็ก ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถป้องกันได้เกือบทั้งสิ้น การดูแลสุขภาพฟันในเด็กถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่ดูแลเอาใจใส่ให้มาก ควรปลูกฝังให้เด็กฝึกหัดแปรงฟันอย่างถูกวิธี หมั่นตรวจฟันลูกหรือหัดให้ลูกตรวจฟันด้วยตนเองทุก ๆ วันหลังแปรงฟัน และควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง เพื่อสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี

นอกจากนี้สุขภาพช่องปากและฟัน สามารถดูแลรักษาและบำรุงได้ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผัก ผลไม้สด และนมสด เพื่อที่จะได้กระตุ้นขากรรไกรของเด็กให้เจริญเติบโตได้สัดส่วน และควรจะให้เด็กลดการกินลูกอม ขนมหวานหรืออาหารที่เป็นการทำลายฟันด้วย ในปัจจุบันวงการทันตกรรมได้มีการพัฒนา โดยเด็กสามารถจัดฟันได้เหมือนผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังมีฟันน้ำนมอยู่ก็ตาม เพราะเป็นการแก้ปัญหาฟันผิดปกติของเด็ก ๆ โดยไม่ต้องรอให้โต โดยช่วยให้สุขภาพฟันดี และรองรับการขึ้นของฟันแท้ในอนาคตได้ด้วย

โดยการ จัดฟันในเด็ก สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ตอนที่เด็กอายุ 6-7 ขวบ พ่อแม่ผู้ปกครองควรนำเด็ก ๆ อายุต่ำว่า 10 ปี มาตรวจกับทันตแพทย์ผู้ทำการจัดฟันได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวัยรุ่นเพราะเป็นช่วงที่ฟันกำลังพัฒนาและขากรรไกรกลังเจริญเติบโต และถ้าตรวจพบปัญหาฟันซ้อน การสบฟันผิดปกติ จะสามารถแก้ไขได้ง่ายมากกว่าการจัดฟันตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้อดีของการจัดฟันในเด็ก ก็คือ ทำให้การขึ้นของฟันแท้ สามารถขึ้นได้อย่างถูกต้อง และจะไม่มีความผิดปกติในการขึ้นของฟันแท้ ทั้งยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหา ความผิดปกติของโครงหน้าได้อีกด้วย พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหมั่นดูแล สังเกตความผิดปกติของฟันของเด็กอย่างสม่ำเสมอ

หากมีความผิดปกติหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่า เด็กมีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน ควรรีบพาไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ที่คลินิกเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของสุขภาพช่องปากของเด็ก และยังมีบริการการจัดฟันในเด็ก ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาฟันของเด็กได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เด็กเติมโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจในรอยยิ้มและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

สำหรับสัญญาณที่บ่งบอกว่า เด็กควรเข้ารับการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติ คือเด็กที่มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น เด็กที่มีปัญหาฟันหน้ายื่น เพราะปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแตกหักของตัวฟัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม ตกบันได ซึ่งอาจจะได้รับอันตรายต่อสุขภาพฟันอย่างมาก หากเกิดอุบัติเหตุ

และเด็กที่มีปัญหาการที่ฟันสบกันผิดปกติ เพราะอาจทำให้ขากรรไกรเติบโตแบบไม่สมดุลกัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการขึ้นของฟันแท้ได้ เด็กที่มีปัญหาช่องฟันห่าง เพราะช่วยปรับให้ซี่ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และง่ายต่อการขึ้นของฟันแท้ เด็กที่มีปัญหาในเรื่องของขากรรไกรไม่ได้สัดส่วนกับหน้า เพราะเจริญเติบโตผิดปกติ

การกลืนอาหารผิดปกติ นอกจากนี้การจัดฟันในเด็กยังสามารถครอบคลุมไปถึงปัญหาพฤติกรรมของเด็ก คือ

    เด็กที่ดูดนิ้ว
    กัดเล็บ
    กัดสิ่งของเป็นประจำ
    นอนหายใจทางปาก

ซึ่งการจัดฟันก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ด้วย หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจให้บุตรหลานของท่าน เข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำหรือพาบุตรหลานของท่านเข้ามาตรวจประเมินช่องปากก่อนได้ จากทางคลินิกเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดฟันในเด็ก ยินดีให้คำปรึกษา เพื่อให้บุตรหลานของท่านได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพื่อปลูกฝังให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดและใส่ใจสุขภาพช่องปากและฟันด้วย

9
เมนูสร้างรายได้ กะเพราเนื้อเปื่อย อร่อยนุ่มละลายในปากผสมผสานรสชาติที่เผ็ดร้อนและหอมกรุ่นใบกะเพรา

กะเพราเนื้อตุ๋นเป็นเมนูอาหารจานเดียวที่นำเนื้อตุ๋นมาผัดกับพริก กระเทียมและใบกะเพรา ทำให้ได้รสชาติที่เผ็ดร้อน หอมกลิ่นใบกะเพราและเนื้อตุ๋นที่นุ่มละลายในปาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดจ้านและเนื้อวัว อาหารจานเดียวจานนี้ผสมผสานรสชาติที่เข้มข้นของเนื้อตุ๋นกับกลิ่นหอมของกะเพรา สร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างรสชาติเผ็ดร้อนและหอมกรุ่น

อะไรที่ทำให้เนื้อตุ๋นผัดกะเพราพิเศษ?
แตกต่างจากผัดกะเพรา แบบคลาสสิก ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เนื้อหมูหรือไก่สับ แต่กะเพราเวอร์ชันนี้ใช้เนื้อนุ่มตุ๋นไฟอ่อนที่ละลายในปาก เนื้อจะปรุงจนได้รสชาติเข้มข้น ซึมซับกลิ่นของน้ำซุปและเครื่องปรุง เมื่อผัดกับกะเพราสด กระเทียมและพริก ก็จะกลายเป็นเมนูที่ทั้งอิ่มอร่อยและน่าตื่นเต้น

วัตถุดิบ
ในการทำอาหารจานอร่อยนี้ คุณจะต้องมี:
เนื้อตุ๋น 300 กรัม (ตุ๋นจนนุ่ม)
ใบโหระพาสด 1 ถ้วย
พริกขี้หนู 3–4 เม็ด (ปรับรสตามชอบ) สับละเอียด
กระเทียมสับ 3 กลีบ
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำมันปรุงอาหาร 2 ช้อนโต๊ะ
ข้าวหอมมะลิหุงสุก (สำหรับจัดเสิร์ฟ)

วิธีทำ
เตรียมเนื้อ:หากคุณยังไม่ได้ตุ๋นเนื้อ ให้ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว โป๊ยกั๊ก และอบเชยเป็นเวลา 2–3 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่ม
ผัดเครื่องปรุง:ตั้งน้ำมันในกระทะหรือกระทะจีนบนไฟปานกลาง ใส่กระเทียมและพริก ผัดจนหอม
ใส่เนื้อวัว:เพิ่มความร้อน จากนั้นใส่เนื้อตุ๋นลงไป ผัดจนเนื้อดูดซับรสชาติ
ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาล คนให้เข้ากัน
ปิดไฟแล้วใส่ใบโหระพาสดลงไป คนอย่างรวดเร็วเพื่อคงกลิ่นหอมไว้
เสิร์ฟและเพลิดเพลิน:ตักเนื้อผัดลงบนจานข้าวหอมมะลิและเพลิดเพลินกับไข่ดาวเพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น

ทำไมคุณถึงจะรักอาหารจานนี้
รสชาติเข้มข้นและอร่อย:รสชาติที่เข้มข้นของเนื้อตุ๋นทำให้เมนูนี้แตกต่างจากผัดผักทั่วไป
มีกลิ่นหอมและเผ็ด:โหระพาและพริกเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนที่ช่วยเพิ่มรสชาติโดยรวม
สบายใจแต่ก็ตื่นเต้น:เสิร์ฟพร้อมข้าว เป็นมื้อที่น่าพึงพอใจ เหมาะกับทุกเวลาของวัน

เนื้อผัดกะเพราเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารไทยนอกเหนือจากเมนูพื้นฐาน ลองดูสิ แล้วคุณอาจพบกับเมนูโปรดจานใหม่ของคุณ


10
จัดฟันบางนา: จัดฟันแบบใส Invisalign เพื่อบุคลิกที่ดูดี ฟันสวย

การเข้ารับการจัดฟัน ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยในการแก้ไปขปัญหาฟัน และเป็นที่แพร่หลายมาก เพราะสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างแท้จริง ประกอบกันช่วยทำให้มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งต้องบอกว่า การจัดฟันนั้นมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในแต่ละแบบก็จะมีข้อแตกต่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่การเลือกการจัดฟัน เวลาที่เราจะไปเข้ารับการตรวจประเมินช่องปาก ทางทันตแพทย์ก็จะทำการพิจารณาและจะแนะนำรูปแบบการจัดฟันให้เหมาะสมกับปัญหาของเรา

เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง สำหรับการจัดฟัน เป็นการรักษาทางทันตกรรมอบ่างหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันผิดปกติ มีผลให้รูปปากและโครงหน้าดูไม่สมส่วน เช่น ฟันซ้อนเก ฟันบิดเบี้ยว ฟันยื่น ทำให้ดูปากอูม การสบฟันลึก โดยจะใช้เครื่องมือจัดฟันโดยทำการเคลื่อนฟันกลับไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้เข้ารับการจัดฟันมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ

ซึ่งก็มีการจัดฟันอีกรูปแบบหนึ่งที่จะทำให้เรามีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ แม้ขณะอยู่ในระหว่างจัดฟัน เพราะการจัดฟันแบบใสจะมีเครื่องมือการจัดฟันต่างจากรูปแบบอื่น เพราะมีลักษณะใส บางเรียบ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถคืนรูปเดิมได้ แม้จะมีฟันที่ซ้อนเกมากและสามารถถอดเข้าออกได้ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการจัดฟันแบบใส เพื่อความสวยงาม เสริมบุคลิกภาพและมีฟันสวยเป็นธรรมชาติ

 สำหรับการจัดฟันแบบใส ก่อนอื่นเราจะมาพูดถึงเรื่องของการจัดฟันแบบใสและเครื่องมอการจัดฟันก่อน เพราะนวัตกรรมการจัดฟันแบบใส ค่อนข้างมีความทันสมัยและเป้นที่นิยมมาก รวมไปถึงเครื่องมือจัดฟันแบบใส มีข้อดีเหนือกว่าเครื่องมือแบบเหล็กเพราะมีความใสและมองแทบไม่เห็น เนื่องจากเครื่องมือทำจากพลาสติกใส จึงอาจเหมาะกับผู้เข้ารับการจัดฟันที่เป็นผู้ใหญ่ และเหมาะสมกับคนในยุคปัจจุบัน

เพราะมีความสะดวกสบาย ยิ่งคนที่ไม่ชอบเหล็กจัดฟัน หรือผู้เข้ารับการจัดฟันที่มีอาชีพที่ต้องใช้บุคลิกภาพ ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะการจัดฟันแบบใส ยังสามารถช่วยส่งเสริมในเรื่องของบุคลิกภาพของได้อย่างมั่นใจ สามารถพูดคุยได้อย่างสะดวก โดยไม่มีปัญหาในเรื่องของการออกเสียง เพราะเครื่องมือที่ผู้เข้ารับการจัดฟันสวมใส่มีความกระชับพอดีกับช่องปากของผู้เข้ารับการจัดฟัน เพราะเครื่องมือการจัดฟันแบบใสถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล

จึงทำให้มีความพอดีกับช่องปาก ที่สำคัญก็คือ เครื่องมือการจัดฟันยังสามารถถอดเข้าออกได้ จึงทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ นอกจากนี้ เครื่องมือการจัดฟันแบบใสดูแลง่าย ไม่ต้องกลัวเครื่องมือหลุด แปรงฟันและทำความสะอาดง่ายและทั่วถึง จึงช่วยลดโอกาสที่ฟันจะผุ ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคเหงือก จึงช่วยทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเกี่ยวกับช่องปาก เพราะฉะนั้น การจัดฟันแบบใส ยังช่วยส่งเสริมในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของผู้เข้ารับการจัดฟันได้เป็นอย่างดี จึงส่งผลทำให้มีฟันที่สวยงามและแข็งแรง

หากใครสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและรายละเอียดได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันแบบใส และมีประสบการณ์การจัดฟันมาอย่างยาวนานในด้านทันตกรรม พร้อมทั้งทางคลินิกของเรายังได้การรับรองสูงสุดจาก Invisalign ให้สามารถให้บริการทางด้านการจัดฟันแบบใสได้ตามมาตรฐานสากล และยังมีความน่าเชื่อถือ จึงมั่นใจได้ว่า ผู้เข้ารับการจัดฟันจากทางคลินิกของเราจะมีความปลอดภัยและผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน ช่วยทำให้คุณมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น มีบุคลิกภาพที่มั่นใจมากยิ่งขึ้น มีรอยยิ้มที่สวยงาม สดใส และยังช่วยทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันทีฟันที่สวยงาม เป็นบุคลิกภาพที่น่าประทับใจมากยิ่งขึ้น



11
การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ให้อาหารสายยาง

การดูแลผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยางเป็นงานที่ต้องการความใส่ใจในรายละเอียดสูง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยครับ

สรุปแนวทางการดูแลรักษาออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ครับ:

1. การจัดการการให้อาหารอย่างถูกสุขลักษณะ

จัดท่าให้ถูกต้อง: ก่อนเริ่มให้อาหารทุกครั้ง ต้องจัดให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง หรือหนุนหมอนให้ศีรษะสูง 30–45 องศา เสมอ เพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับเข้าปอด และควรคงท่านี้นานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังให้อาหารเสร็จครับ

ความสะอาดของอาหาร: หากใช้อาหารปั่นเอง ควรเตรียมด้วยความสะอาดสูงสุด เก็บในภาชนะมิดชิดในตู้เย็นได้ไม่เกิน 24 ชม. หากใช้สูตรสำเร็จรูปให้ใช้ตามคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์

อุณหภูมิ: อาหารควรอยู่ใน อุณหภูมิห้อง ห้ามให้อาหารที่เย็นจัดหรือร้อนจัด เพราะจะกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวรุนแรงทำให้ปวดท้องหรือท้องเสียได้

2. การดูแลอุปกรณ์และช่องทางให้อาหาร

ตรวจสอบตำแหน่งสาย (Marker Check): ก่อนให้อาหารทุกครั้ง ให้ตรวจสอบขีดเครื่องหมายที่สายยางว่ายังอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่เลื่อนหลุดออกมา หากพบว่าสายเลื่อนให้รีบแจ้งพยาบาลหรือแพทย์ครับ

การล้างสาย: ต้องล้างสายด้วยน้ำสะอาด (30–50 มิลลิลิตร) ก่อนและหลังการให้อาหาร รวมถึงหลังการให้ยา เสมอ เพื่อป้องกันเศษอาหารและคราบยาตกค้างจนเกิดการอุดตัน

การดูแลแผลรอบสาย:

ทางจมูก (NG Tube): ใช้สำลีชุบน้ำเกลือสะอาดเช็ดคราบรอบรูจมูกเบาๆ ทุกวัน เปลี่ยนพลาสเตอร์ที่ยึดสายให้เหมาะสมเพื่อป้องกันผิวหนังถลอกหรือแผลกดทับที่ปีกจมูก

ทางหน้าท้อง (PEG): ดูแลแผลให้สะอาดและแห้งสนิทตามคำแนะนำของแพทย์

3. การเฝ้าระวังอาการผิดปกติ

ผู้ดูแลควรสังเกตสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้:

ท้องอืด: สังเกตจากหน้าท้องที่ตึงและแข็ง หากเป็นบ่อยอาจเกิดจากอาหารย่อยไม่ทัน หรือให้เร็วเกินไป

การสำลัก: หากผู้ป่วยมีอาการไอแรง หายใจหอบเหนื่อย หรือมีไข้หลังให้อาหาร ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที

การขับถ่าย: จดบันทึกจำนวนครั้งและลักษณะอุจจาระ หากถ่ายเหลวบ่อย หรือไม่ถ่ายเลยเกิน 3 วัน ควรปรึกษาแพทย์

4. การดูแลสุขภาพจิตและกิจวัตร

สร้างบรรยากาศ: แม้ผู้ป่วยจะทานอาหารผ่านสาย แต่การพูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงมื้ออาหารจะช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกแยกออกจากกิจกรรมของครอบครัวครับ

ดูแลความสะอาดในช่องปาก: ถึงแม้จะไม่ได้รับประทานอาหารทางปาก แต่ยังคงต้องทำความสะอาดช่องปากและแปรงฟันให้ผู้ป่วยอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียที่อาจไหลลงสู่ปอดได้

12
บริการทำความสะอาด: วิธีกำจัดเชื้อราในห้องน้ำ อันตรายที่มาพร้อมกับคราบดํา

เชื้อราดำในห้องน้ำไม่ใช่แค่คราบสกปรกที่ดูไม่สบายตาเท่านั้นนะคะ แต่มันคือ "ภัยเงียบอันตราย" ต่อสุขภาพของทุกคนในบ้านอย่างแท้จริง เพราะเชื้อราจะปล่อยสปอร์ (Spores) ลอยฟุ้งกระจายไปในอากาศเมื่อมีความชื้น หากเราสูดดมเข้าไปทุกวันจะกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ ไอ จาม ระคายเคืองตา และอันตรายที่สุดสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยพักฟื้น เพราะอาจนำไปสู่โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและปอดอักเสบได้ค่ะ

การจะกำจัดเชื้อราดำให้ราบคาบต้องใช้สารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโดยตรง (น้ำยาล้างห้องน้ำทั่วไปบางทีขัดออกแต่ไม่ได้ฆ่ารากลึก) วันนี้มี วิธีกำจัดเชื้อราดำในห้องน้ำแบบถอนรากถอนโคน พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้กลับมามาฝากค่ะ

🧼 Part 1: สูตรกำจัดเชื้อราดำ (เลือกใช้ตามความแรง)
ก่อนเริ่มทำความสะอาด ต้องสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือยางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสูดดมสปอร์ของเชื้อราและละอองสารเคมีนะคะ และควรเปิดประตูหน้าต่างห้องน้ำให้อากาศถ่ายเทที่สุดค่ะ

สูตรที่ 1: น้ำยาซักผ้าขาว (Chlorine Bleach) - แนะนำสำหรับคราบฝังลึกร่องยาแนว
น้ำยาซักผ้าขาวมีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรต์ (Sodium Hypochlorite) ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราและกัดฟอกคราบดำได้ดีที่สุด

วิธีทำ: ผสมน้ำยาซักผ้าขาว 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 3 ส่วน ใส่ขวดสเปรย์

วิธีขัดทุ่นแรง: ฉีดพ่นลงไปบนคราบราดำตามร่องยาแนวหรือขอบซิลิโคนอ่างล้างหน้า ทิ้งไว้ 15-30 นาที ให้ตัวยาซึมเข้าไปรากฝังลึก จากนั้นใช้แปรงสีฟันเก่าขัดเบาๆ คราบดำจะหลุดลอกออกมาอย่างง่ายดายแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ

ข้อควรระวัง: ห้ามผสมน้ำยาซักผ้าขาวรวมกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีกรดเด็ดขาด เพราะจะเกิดแก๊สคลอรีนที่เป็นพิษร้ายแรงต่อร่างกายค่ะ

สูตรที่ 2: น้ำส้มสายชูแท้ 5% (Vinegar) - สูตรธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารเคมีรุนแรง
น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรดอ่อนๆ ที่สามารถฆ่าเชื้อราได้ถึง 82% ของสายพันธุ์ทั้งหมด และปลอดภัยต่อผิวสัมผัส

วิธีทำ: เทน้ำส้มสายชูแบบเข้มงวดไม่เจือจางน้ำใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพ่นลงบนคราบราดำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง (ไม่ต้องกลัวกลิ่นฉุนนะคะ พอแห้งกลิ่นจะหายไปเอง)

วิธีขัดทุ่นแรง: พอครบเวลา ให้ใช้แปรงขัดออกเบาๆ คราบราจะหลุดง่ายมาก จากนั้นล้างน้ำตาม ผนังห้องน้ำจะสะอาดเนียนตาเลยค่ะ


🚪 Part 2: จุดบอดปราบเซียนที่เชื้อรามักแอบซ่อน
ขอบซิลิโคน (Silicone) ตามซอกอ่างหรือฉากกั้น: จุดนี้เนื้อจะนิ่มและอมน้ำ เชื้อรามักฝังลึกเข้าไปในเนื้อซิลิโคนจนขัดไม่ออก

ทริกแก้: ให้ใช้ สำลีชุบน้ำยาซักผ้าขาวเข้มข้น แปะโปะทับไปตามแนวขอบซิลิโคนทิ้งไว้ข้ามคืน ตื่นเช้ามาดึงสำลีออก คราบราดำจะถูกฟอกจนขาวปิ๊งโดยไม่ต้องออกแรงขัดเลยค่ะ

ผ้าม่านกั้นห้องน้ำพลาสติก: มักจะมีคราบสบู่และเชื้อราดำเกาะอยู่ตรงชายผ้าม่านที่เปียกน้ำ

ทริกแก้: ถอดผ้าม่านลงมาแช่ในกะละมังที่ผสมน้ำอุ่นและน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย แช่ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วขัดออก หรือนำเข้าเครื่องซักผ้าใส่เบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วยซักรวมกับผ้าขนหนูเก่าข้ามคืน ผ้าม่านจะกลับมาสะอาดเหมือนใหม่ค่ะ


🌬️ Part 3: เคล็ดลับป้องกันระยะยาว ไม่ให้เชื้อรากลับมาเกิดซ้ำ
เชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ "มืด อับชื้น และมีคราบอาหาร (คราบสบู่/ไคลผิวหนัง)" ถ้าเราตัดวงจรความชื้นได้ เชื้อราก็ไม่มีวันกลับมาค่ะ

ไล่ความชื้นหลังใช้งาน: หลังอาบน้ำเสร็จ โดยเฉพาะน้ำอุ่น จะมีไอน้ำเกาะเต็มห้องน้ำ ให้ใช้ไม้รีดน้ำปาดน้ำบนพื้นและผนังลงท่อระบายน้ำ และ เปิดพัดลมระบายอากาศทิ้งไว้ 15-20 นาที หรือเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้เพื่อให้ลมโกรกและพื้นแห้งไวขึ้น

จัดห้องน้ำสไตล์ Minimalist: อย่าสุมขวดแชมพู สบู่ หรืออุปกรณ์อาบน้ำไว้ที่พื้นห้องน้ำเยอะๆ เพราะใต้ก้นขวดเหล่านั้นจะเป็นทำเลทองที่น้ำขังและเกิดเชื้อราดำได้ง่าย ให้เปลี่ยนมาใส่ชั้นวางแบบโปร่งที่แขวนติดผนัง เพื่อให้น้ำไหลผ่านและแห้งไวค่ะ

ฉีดพ่นน้ำส้มสายชูสัปดาห์ละครั้ง: หลังทำความสะอาดห้องน้ำประจำสัปดาห์ ให้ฉีดพ่นน้ำส้มสายชูจางๆ ทิ้งไว้ตามมุมอับเพื่อคุมกำเนิดไม่ให้สปอร์ของเชื้อราที่หลงเหลืออยู่สามารถเติบโตขึ้นมาใหม่ได้ค่ะ

13
เมนูสร้างอาชีพ ยำไข่ต้มอาหารจานนี้เรียบง่ายรสจัดจ้านแบบไทยๆ รสชาติกลมกล่อมลงตัว

อาหารไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในเรื่องรสชาติที่สมดุล ทั้งเผ็ด เปรี้ยว เค็มและหวานและยำไข่ต้มก็เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ อาหารจานนี้เรียบง่ายแต่มีชีวิตชีวา ผสมผสานความเข้มข้นของไข่ต้มเข้ากับความสดชื่นของสมุนไพร รสเปรี้ยวอมหวานของมะนาวและรสเผ็ดร้อนของพริกไทย นับเป็นสลัดที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่ซับซ้อนก็สามารถสร้างสรรค์เมนูที่น่าจดจำได้

ยำไข่ต้มเป็นเมนูอาหารไทยที่ทำง่าย รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด ลงตัว และเป็นที่นิยมอย่างมาก ส่วนประกอบหลักคือไข่ต้มที่นำมาผ่าครึ่ง ราดด้วยน้ำยำรสเด็ดและมักจะมีส่วนประกอบอื่น ๆ เพิ่มเติมตามความชอบ เช่น หมูสับลวกสุก กุ้งแห้ง มะม่วงเปรี้ยวหรือผักต่าง ๆ

ยำไข่ต้ม คืออะไร?
ยำไข่ต้มเป็นสลัดไทยแบบดั้งเดิม ทำจากไข่ลวกหรือไข่ลวก หั่นครึ่งหรือหั่นเป็นสี่ส่วน คลุกเคล้ากับน้ำสลัดรสเผ็ด เปรี้ยวและหวานเล็กน้อย คำว่า”ยำ”ในภาษาไทยหมายถึง “คลุกเคล้าให้เข้ากันในน้ำสลัดรสจัดจ้าน” ส่วน”ไข่ต้ม”แปลว่า “ไข่ต้ม” จุดเด่นของเมนูนี้คือความเรียบง่ายและปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย สามารถรับประทานเป็นเครื่องเคียง อาหารกลางวันเบาๆ หรือแม้แต่อาหารจานหลักสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารเบาๆ แต่รสชาติเข้มข้น

ส่วนผสมที่ทำให้มันพิเศษ
แม้ว่าสูตรอาหารอาจแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ส่วนประกอบหลักของยำไข่ต้ม โดยทั่วไปประกอบด้วย:
ไข่ต้ม – อาจเป็นไข่ลวกที่มีไข่แดงครีม หรือไข่ลวกสุก ขึ้นอยู่กับความชอบ
สมุนไพรสด – โดยทั่วไปคือผักชีและบางครั้งก็เป็นสะระแหน่ เพื่อความสดชื่นเป็นพิเศษ
หัวหอมแดงหรือหอมแดง – สำหรับรสชาติที่เผ็ดร้อนและหวานเล็กน้อย
พริกขี้หนู – เพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย
น้ำปลา – เพิ่มความเค็มและความอูมามิ
น้ำมะนาว – เพื่อรสชาติเปรี้ยวอมหวาน
น้ำตาล – ช่วยปรับสมดุลความเผ็ดและความเปรี้ยว
มะเขือเทศ – ไม่จำเป็น แต่จะเพิ่มสีสันและความชุ่มฉ่ำ

วิธีทำยำไข่ต้ม
ต้มไข่ – ต้มจนสุกตามที่ต้องการ สำหรับไข่ลวก ให้เคี่ยวประมาณ 6 นาที สำหรับไข่ลวก 9-10 นาที ปอกเปลือกและหั่นเป็นครึ่งหรือสี่ส่วน
เตรียมน้ำสลัด – ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และพริกสับในชาม ปรุงรสตามชอบ เพื่อให้ได้รสชาติเผ็ด เปรี้ยว และหวานที่สมดุลกัน
ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน – คลุกไข่ต้มกับหัวหอมหั่นบาง สมุนไพร และมะเขือเทศ (ถ้าใช้) เบาๆ ราดด้วยน้ำสลัด
เสิร์ฟทันที – โรยหน้าด้วยผักชีเพิ่มเติมและรับประทานกับข้าวหอมมะลินึ่งหรือเป็นอาหารจานเดียวก็ได้

ทำไมคุณถึงจะชอบอาหารจานนี้
เตรียมรวดเร็ว – พร้อมภายใน 15 นาที
มีคุณค่าทางโภชนาการ – อุดมไปด้วยโปรตีนจากไข่และวิตามินจากผักสด
เหมาะสำหรับทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารครอบครัวหรือปาร์ตี้อาหารไทย
ระดับความเผ็ดที่ปรับแต่งได้ – ปรับพริกให้เหมาะกับรสนิยมของคุณ

เคล็ดลับสำหรับยำไข่ต้มให้อร่อยสมบูรณ์แบบ
ใช้น้ำมะนาวคั้นสดเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด
ไข่ลวกมีเนื้อครีมที่เข้ากันดีกับน้ำสลัดรสเปรี้ยว
หากต้องการแบบมังสวิรัติ ให้เปลี่ยนน้ำปลาเป็นซีอิ๊วขาวหรือปรุงรสเห็ดแทน
แช่ไข่ต้มให้เย็นลงเล็กน้อยก่อนคลุกเพื่อป้องกันไม่ให้ไข่แตกออกจากกัน

รสชาติของประเทศไทยในทุกคำ
ยำไข่ต้มอาจจะดูธรรมดา แต่รสชาติกลับเข้มข้น การผสมผสานระหว่างไข่แดงครีมมี่กับน้ำสลัดรสจัดจ้าน กลมกล่อมลงตัว ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่างหรือทานเปล่าๆ ยำไข่ต้มก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ที่การผสมผสานรสชาติให้ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ


14
ระวัง ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ให้ อาหารสายยาง !

การให้อาหารทางสายยางแม้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการส่งสารอาหาร แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิด ภาวะแทรกซ้อน (Complications) ได้หากดูแลไม่ถูกวิธีครับ การเป็นผู้ดูแลที่ช่างสังเกตและจัดการอย่างเป็นระบบสไตล์ Wellness จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้นครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและวิธีที่คุณควรระวังครับ:

1. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ (ความเสี่ยงสูงสุด)

ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): เกิดจากอาหารหรือน้ำย่อยไหลย้อนกลับจากกระเพาะเข้าสู่ปอด

สัญญาณเตือน: ไอแรงขณะให้อาหาร, หน้าเขียว, หายใจหอบเหนื่อย, หรือมีไข้หลังมื้ออาหาร

วิธีป้องกัน: ต้องจัดท่าให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงหรือกึ่งนั่งกึ่งนอน 30-45 องศา เสมอ และห้ามนอนราบหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง


2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหาร

ท้องเสีย (Diarrhea): อาจเกิดจากอาหารปนเปื้อนเชื้อโรค, อาหารเย็นจัด, หรือให้เร็วเกินไป

ท้องอืดและปวดท้อง (Bloating & Cramping): มักเกิดจากการให้อาหารเร็วเกินไป หรือมีอากาศเข้าไปในสายยางมาก

วิธีป้องกัน: ปล่อยให้อาหารไหลช้าๆ ตามแรงโน้มถ่วง (ใช้เวลา 15-30 นาที) และไล่อากาศออกจากไซริงค์ให้หมดก่อนต่อเข้าสาย

ท้องผูก (Constipation): เกิดจากการขาดกากใยหรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ

วิธีป้องกัน: เพิ่มผักปั่นในสูตร DIY หรือเลือกสูตรสำเร็จรูปที่มีไฟเบอร์ และให้ดื่มน้ำตามหลังมื้ออาหารให้เพียงพอ


3. ภาวะแทรกซ้อนทางกายภาพและอุปกรณ์

สายยางอุดตัน (Tube Occlusion): เกิดจากเศษอาหารหรือคราบยาตกค้าง

วิธีป้องกัน: ต้องล้างสาย (Flush) ด้วยน้ำต้มสุก 30-50 ซีซี ทั้งก่อนและหลัง ให้อาหารหรือยาทุกครั้ง

แผลกดทับจากสายยาง: มักเกิดที่รูจมูก (สำหรับสาย NG Tube) หรือผิวหนังรอบรูเจาะหน้าท้อง

วิธีป้องกัน: ทำความสะอาดผิวหนังรอบสายทุกวัน สังเกตอาการบวม แดง หรือมีหนอง และเปลี่ยนพลาสเตอร์ที่จมูกบ่อยๆ เพื่อไม่ให้กดทับที่จุดเดิมนานเกินไป


4. ภาวะแทรกซ้อนทางโภชนาการ

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): ผู้ป่วยอาจได้รับน้ำไม่พอหากคำนวณเพียงแค่น้ำที่ผสมในอาหาร

Refeeding Syndrome: มักเกิดในผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารรุนแรงมานาน แล้วเริ่มให้อาหารในปริมาณมากทันที ทำให้เกลือแร่ในเลือดผิดปกติจนเป็นอันตรายต่อหัวใจ

วิธีป้องกัน: ในช่วงเริ่มต้น ควรให้ปริมาณน้อยๆ ตามที่แพทย์สั่งและค่อยๆ เพิ่มปริมาณตามความสามารถในการปรับตัวของร่างกาย

15
บริการด้านอาหาร: อาหารทางการแพทย์สำหรับโรคไตเรื้อรัง

อาหารทางการแพทย์ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จะมีลักษณะคืออาหารจะมีการจำกัดในเรื่องของปริมาณแร่ธาตุ เช่นโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ที่อาจจะมีการคั่งอยู่ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และมีปริมาณโปรตีนที่สูงถึง 17% ของพลังงานทั้งหมด เนื่องจากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไตจะมีความต้องการโปรตีนเพิ่มสูงมากขึ้น และนอกจากนี้ต้องมีความเข้มข้นของพลังงานสูงคือให้พลังงาน 1.8 กิโลแคลอรี่ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว

อาหารทางการแพทย์สูตรทั่วไป มักจะใช้พลังงาน 1 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ป่วยที่ทำการล้างไตทางช่องท้อง และผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดที่มีผลข้างเคียงทำให้รับประทานอาหารได้น้อย หากจะต้องพิจารณาใช้อาหารทางการแพทย์ จะต้องมีการคำนวณปริมาณโปรตีนที่ผู้ป่วยควรได้รับก่อนเสมอ มิฉะนั้นจะทำให้ผู้ป่วยได้รับโปรตีนที่มากเกินไป ซึ่งจะส่งผลทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมเร็วขึ้นได้ สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มไตเรื้อรังนี้

แพทย์อาจจะพิจารณาเรื่องอาหารทางการแพทย์ทั่วไปหรือสูตรอื่นๆ ที่มีปริมาณแร่ธาตุและโปรตีนไม่สูงมากใช้ทดแทนได้ แต่ต้องมีการติดตามผลและประเมินผล โดยเฉพาะระดับแร่ธาตุอิเล็กโทรไลต์ในร่างกาย ระดับโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม โรคไตเรื้อรังก็สามารถป้องกันได้ โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเช่น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป และควรที่จะออกกำลังกายเป็นประจำ

ทั้งนี้หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจจะสร้างความเสียหายแก่ไตได้ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคไตเรื้อรัง มักจะเกิดจากภาวะอื่นที่สร้างภาระให้แก่ไต อย่างเช่นภาวะความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูง เป็นต้นต่อหลักของโรคไต และโรคเบาหวานนั้นก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไตของผู้ป่วยได้ เราสามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพื่อบำรุงไตและลดรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสูงทำให้ไตทำงานหนัก

สำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตนั้นโดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือภาวะเบาหวานและควรรักษาให้เร็วที่สุดเพื่อคงสภาพการทำงานของไตและต้องลดความเสี่ยงกับการเกิดโรค ในกรณีโรคไตเรื้อรังส่วนมาก ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แต่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่แพทย์แนะนำเพื่อลดโอกาสความเสี่ยงการเกิดโรคได้ยกตัวอย่างเช่น การควบคุมภาวะหากป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง สิ่งสำคัญคือการควบคุมบริหารสภาวะสุขภาพ ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และไปพบแพทย์เป็นประจำสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นจะต้องได้รับการทดสอบการทำงานของไตในทุกๆ ปี

นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญต่อการป้องกันการเกิดโรคไตเรื้อรังได้อนอกจากจะช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดอการรับประทานอาหารที่ดีอยังช่วยคงระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้การรับประทานอาหารที่ดีและสมดุลนั้น ต้องรวมทั้งผักผลไม้สดและธัญพืชรวมเข้าไปและควรจำกัดในเรื่องของปริมาณเกลือในอาหารไม่ให้มากกว่า 6 กรัมต่อวัน เพราะการบริโภคเกลือมากเกินไปจะทำให้เพิ่มความดันโลหิต โดยเกลือ 1 ช้อนชาจะเท่ากับน้ำหนัก 6 กรัมพอดีและที่สำคัญการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงก็ถือว่าเป็นประโยชน์ เพราะไขมันประเภทนี้จะเพิ่มคอเลสเตอรอลในเลือดให้ขึ้นสูง

อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ได้แก่ ไส้กรอก เนื้อติดมัน เนย ครีม เนยแข็ง และอาหารที่ประกอบด้วยน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์มอโดยการรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูงจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันปลา อาโวคาโด ถั่วเมล็ดพืช น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันมะกอก ทั้งนี้เราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพราะฉะนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำเพราะจะช่วยลดความดันโลหิตได้และเสียงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรังได้

หน้า: [1] 2 3 ... 15